แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562

5 วิธีทางจิตวิทยาที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ภาค 1

5 วิธีทางจิตวิทยาที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ภาค 1

1. คุณเคยรู้สึกว่ากำลังมีใครบางคนกำลังจองมองคุณอยู่หรือไม่
แล้วคุณจะทำอย่างไร หากว่าคุณอยากที่จะรู้ว่ามีใครกำลังมองคุณอยู่
คุณจะหันไปมองเลยทันที ก็กลัวว่าเค้าจะรู้ตัว
ลองทำวิธีนี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจ ว่ามันใช้ได้ผล
หากคุณกำลังคิดว่ามีใครบางคนกำลังจองมองดูคุณอยู่ ให้คุณลองทำท่าหาว อ้าปากกว้างๆ
หาวเหมือนคุณกำลังง่วงมาก แล้วหันไปมองดูรอบๆตัวคุณ แต่ไม่ได้มองว่าใครกำลังมองคุณอยู่นะ
แต่ให้ดูว่ามีใครบางคนกำลังหาวเหมือนคุณอยู่บ้าง
ถ้ามีใครกำลังหาวอยู่ แสดงว่าเค้าคนนั้นกำลังมองคุณอยู่นั้นเอง
วิธีนี้เจ๋งไหมหละ วิทยาศาสตว์จิตวิทยา เรียกว่า การหาวติดต่อกันได้ ที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ลองดูนะ

2.คุณเคยรู้สึกไม่ดีเวลาที่ทะเลาะกับใครบางคนที่คุณรักและไม่อยากเสียมิตรภาพไป
ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับเพื่อน ทะเลาะกับแฟน หรือแม้แต่ ทะเลาะกับพ่อแม่
แล้วเวลาทะเลาะกันคุณก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะจะพูดมากก็หาว่าเถียง
จะนิ่งเงียบก็หาว่าไม่สนใจ ถ้าไม่อยากดูทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด
ลองใช้วิธีการนี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจ ว่ามันใช้ได้ผล
หากคุณกำลังมีปัญหาหรือคิดว่าต้องพูดคุยสนทนากับคู่สนทนาที่อารมณ์กำลังไม่ค่อยจะดีนัก
ให้คุณลองชวนเค้าไปหาอะไรกินกันระหว่างที่จะต้องพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่แสนอร่อยที่เค้าชอบ หรือร้านขนมของหวาน หรือเครื่องดื่มเย็นๆที่เค้าชอบ ให้เค้าได้กินไปด้วยคุยกับคุณไปด้วย
สมองของเค้าที่กำลังจะโกรธคุณ ก็จะถูกให้ทำงานได้น้อยลงน้อยลง เมื่อต้องเจอกับอาหารอร่อยที่อยู่ตรงหน้า พอเค้าได้กินไปสักพัก อารมณ์ที่ร้อนๆก็จะเย็นลง ผ่อนคลายลง จนคุณคาดไม่ถึง
ในทางธุรกิจเวลาที่จะนัดเจรจาทางธุรกิจที่มีเรื่องต้องให้คู่เจรจาตัดสินใจ ก็มักจะใช้วิธีนี้กันด้วยนะ
วิธีนี้เจ๋งไหมหละ วิทยาศาสตว์จิตวิทยา เรียกว่า อร่อยมาก่อนโกรธ ที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ลองดูนะ

3.คุณเคยรู้สึกไหมเวลาที่คุณถามคำถามกับใคร แล้วเค้าไม่ค่อยจะตอบอย่างที่คุณต้องการ
หลายครั้งที่คุณถามไป 10 แต่เค้าตอบกลับมาแค่ 1 จริงๆคุณอยากจะให้เค้าพูดมากกว่านั้น
ลองทำวิธีนี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจ ว่ามันใช้ได้ผล
หากคุณกำลังต้องการถามคำถามกับใคร และอยากให้เค้าพูดออกมาเยอะกว่าปกติ
ให้คุณลองเลือกถามคำถามที่เข้าใจง่าย สั้นๆแต่ได้ใจความ และที่สำคัญถามจบให้คุณเงียบทันที
ไม่ว่าในหัวของคุณกำลังคิดอะไร หรืออยากจะพูดอยากจะถามอะไรอีก คุณก็ต้องห้ามพูดต่อ
เมื่อการสนทนาระหว่างคุณกับคู่สนทนาของคุณ เกิดอาการหยุดนิ่งเงียบไปทั้งคู่ ไม่พูดไม่ถามต่อ
ความเงียบ นี้แหละ คือกุญแจสำคัญที่สุด ที่จะสั่งการให้อีกฝ่ายทนไม่ไหวโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากให้เงียบ
เมื่อคุณถามไป แล้วคุณหยุดรอเค้าอยู่ เป็นหน้าที่ของคู่สนทนาของคุณที่จะเริ่มพูดตอบคำถามของคุณ
เค้าจะเริ่มรู้ตัวว่า ต้องพูดอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ความเงียบ หยุดความเงียบนี่ที
จากนั้น เมื่อเค้าเริ่มพูด แล้วคุณก็ยังเงียบอีก เหมือนรอฟังเค้าอยู่ เค้าก็จะพูดต่อไปเรื่อยๆ
คุณก็จะได้ฟังเค้าพูดมากยิ่งขึ้น โดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ตัวว่า กำลังเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดีให้แก่กันอยู่
แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณจะเริ่มพูดเยอะมากขึ้น เค้าจะกลับมาเป็นคนฟังอีกครั้งหนึ่งได้ทันทีเช่นกัน
วิธีนี้เจ๋งไหมหละ วิทยาศาสตว์จิตวิทยา เรียกว่า เงียบเพื่อได้คำตอบ ที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ลองดูนะ

4. คุณเคยรู็สึกไหมว่าอยากให้คนที่คุณพึ่งรู้จักพูดคุยกันแล้วอยากให้เค้าจดจำชื่อคุณได้
อย่างเช่น เวลาที่คุณไปสมัครงานหรือสอบสัมภาษณ์งาน คุณก็อยากให้เค้านึกถึงชื่อคุณเวลาคัดเลือก
แต่หลายๆครั้ง แม้แต่ตัวเราเองก็มักจะหลงลืมชื่อคน หรือสิ่งที่สำคัญแต่ก็เพื่อบ่อยๆ เพราะอะไรนะ
ลองทำวิธีนี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจ ว่ามันใช้ได้ผล
ผู้คนมักจะจดจำสิ่งต่างๆมากมายพร้อมกันไม่ค่อยได้ จึงมักที่จะเลือกที่จะจดจำบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น
และโดยทั่วไป สิ่งแรก และสิ่งสุดท้าย มักเป็นสิ่งที่น่าจดจำได้ง่ายกว่า สิ่งที่อยู่ระหว่างนั้น
หากยิ่งสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญพิเศษอะไร แต่อย่างน้อยถ้าเป็น สิ่งแรก หรือ สิ่งสุดท้าย ก็ยังพอจำได้บ้าง
ดังนั้น เวลาที่คุณอยากให้ใครบางคนจดจำชื่อคุณได้ คุณก็ค่อยพูดชื่อของคุณบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเริ่มต้นการสนทนาที่ได้พบเจอกัน อย่างที่คนทั่วไปมักที่จะเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวนั้นเอง และโดยทั่วไปการพูดแค่เพียงครั้งเดียวในตอนแรกนั้นยังไม่พอ เพราะสมองของเค้าอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อของคุณ ยิ่งชื่อที่เรียกได้ยากด้วยแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงกับสิ่งที่เค้าจะจดจำได้ง่ายขึ้น และเทคนิคการช่วยจำที่น่ารักๆ ผ่อนคลาย ก็จะช่วยให้เค้าจดจำคุณได้ขึ้นใจเลยหล่ะ แล้วอย่าลืมตอนท้ายก่อนที่จะจากกันไป ก็ย้ำชื่อคุณอีกครั้งด้วยนะ ยิ่งถ้าเค้าอารมณ์ดีจะยิ่งจดจำคุณได้เป็นอย่างดีแน่นอน
วิธีนี้เจ๋งไหมหละ วิทยาศาสตว์จิตวิทยา เรียกว่า เปิดปิดให้จดจำ ที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ลองดูนะ

5. คุณเคยรู้สึกไหมว่าคุณสนิทกับเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันตอนเด็กๆมากกว่าเพื่อนร่วมงาน
หรือ หากคุณกำลังจะเริ่มต้นคบกับใครสักคน คุณอยากที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีรู้จักกันมากขึ้นเร็วขึ้น
ลองทำวิธีนี้ดูสิ แล้วคุณจะแปลกใจ ว่ามันใช้ได้ผล
การมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน จะยิ่งทำให้ผูกพันธ์นั้นดีขึ้น หรือช่วยให้รู้จักสนิทสนมกันได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น
ดังนั้นเวลาที่คุณเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ๆ อย่างเช่น การนัดออกเดท แทนที่คุณจะนัดไปกินข้าวหรือดูหนังที่คุณมีช่วงเวลาที่ใช้ด้วยกันเพียงนิดเดียว คุณลองเพิ่มระยะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเพื่อที่จะได้มีประสบการณ์ต่างๆด้วยกันมากขึ้น คุณอาจจะนัดไปทำกิจกรรมที่คุณทั้งสองคนชอบหรืออาจจะชอบ ไม่ว่าจะไปทำกิจกรรมจิตอาสา ไปเที่ยวสวนสนุก เดินป่า ปีนเขา ช็อปปิ้ง ก็ได้นะ
เพราะเมื่อคุณได้ทำกิจกรรมที่ได้ใช้ทั้งร่างกาย สมองจะปล่อยสารอะดรีนาลีน สารแห่งความสุข ออกมา ทำให้คุณทั้งสองคนได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกัน และจะส่งผลให้เกิด สารเอนโดรฟิน สารแห่งพลังงาน ออกมาด้วย ยิ่งทำให้คุณทั้งสองคนมีพละกำลังที่จะอยากทำกิจกรรมที่สนุกๆด้วยกันอย่างนี้อีก
และที่สำคัญ วิธีการนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กับแฟนเท่านั้น ยังสามารถนำมาปรับใช้กับเพื่อน กับคนที่คุณรัก คนในครอบครัว หรือคนในองค์กรของคุณ ก็ยังได้ อย่างที่หลายๆบริษัท มักจะจัดกิจกรรมสรรทนาการกันเป็นประจำกันทุกปี ก็เพราะสิ่งนี้นี่แหละ ที่จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ความผูกพันธ์ของคนในองค์กรได้
แต่ๆ อย่าลืมว่า ความสุข ก็มีช่วงเวลา มาได้ก็หายได้ จึงจำเป็นที่คุณจะต้องคอยเติมประสบการณ์ดีๆใหม่ๆให้แก่กันอยู่เสมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน จนลืมวันเวลาดีๆให้กันนะ
วิธีนี้เจ๋งไหมหละ วิทยาศาสตว์จิตวิทยา เรียกว่า ทำให้รัก ที่ใช้ได้ผลจนไม่น่าเชื่อ ลองดูนะ

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562

6 ความต้องการของมนุษย์ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจลงมือทำ

6 ความต้องการของมนุษย์ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจลงมือทำ
          หากเราอยากที่จะเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่กำลังแสดงออกมา หรือ เลือกที่ตัดสินใจทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง ทั้งที่ในสายตาคนรอบข้างอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือ บางคนเลือกทำแม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี พฤติกรรมและนิสัยบางอย่างที่อยากจะเปลี่ยนแปลงแต่ก็เปลี่ยนแปลงตนเองไม่ได้สักที ทุกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ต่างก็มีเหตุผลและที่มา ที่ส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ปรากฏให้เราได้เห็น เพื่อเรียนรู้และเข้าใจ และเมื่อเรารู้และเข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นได้มากขึ้น เราก็จะมีความสุขและอยู่กับมันได้ดีขึ้น ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น และส่งผลให้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในแบบอย่างที่คุณต้องการได้อย่างแท้จริง

ความต้องการหรืออารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นมีอะไรบ้างมาดูกันเลย
1. Stable ความมั่นใจ แน่ใจ มั่นคง ปลอดภัย สบายใจ ผ่อนคลาย มีข้อมูล รู้และเข้าใจ ชัดเจนเห็นภาพ
2. Enjoy ความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย แปลกใหม่ หลากหลาย  มีชีวิตชีวา สีสันในชีวิต สดชื่น มีพลัง
3. Important ความเป็นคนสำคัญ มีตัวตน ใส่ใจ เอาใจใส่ เป็นที่รู้จัก ความภาคภูมิใจ การยอมรับนับถือ
4. Relation ความสัมพันธ์ ความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่น มิตรภาพ พรรคพวก เพื่อน สังคม ชุมชน
5. Success + ความสำเร็จ เจริญ เติบโต ความก้าวหน้า ได้เรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาทักษะ สะสมความสำเร็จ
6. Support + ความช่วยเหลือ การส่งเสริม สนับสนุน แบ่งปัน เป็นประโยชน์ต่อผู้คน เป็นผู้ให้ ทำความดี

        เมื่อเราได้รับการตอบสนองต่อความต้องการ ที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเรา จะส่งผลให้เรามีความสุข แต่เมื่อใดที่เราไม่ได้รับการตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ กลับจะทำให้เรารู้สึกทุกข์
       ดังนั้นการทำความเข้าใจในพฤติกรรมของเราหรือของผู้อื่น ว่าเพราะเหตุใดมนุษย์ถึงยังคงทำพฤติกรรมนั้นอยู่ พฤติกรรมนั้นตอบสนองความต้องการด้านใดให้กับเค้าบ้าง และส่งผลให้เค้ารู้สึกกับตนเองและผู้อื่นอย่างไร

ประโยชน์ของการทำความเข้าใจ พฤติกรรมของมนุษย์จากความต้องการพื้นฐานทั้ง6นี้คือ
1.ช่วยให้เราเกิดการยอมรับสิ่งที่แต่ละคนเป็นและต้องเผชิญอยู่ว่าระดับความต้องการแต่ละคนไม่เท่ากัน
2.ช่วยให้เรารู้ที่มาที่ไปของพฤติกรรมนั้นๆว่า พฤติกรรมนั้นส่งผลดีอย่างไรถึงยังทำอยู่
3.ช่วยให้เราตระหนักถึงผลลัพธ์ของพฤติกรรม ว่าหากยังปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปจะเกิดผลเสียอะไรขึ้น
4.ช่วยให้เรามีความพยายามออกแบบพฤติกรรมใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าพฤติกรรมเดิม
5.ช่วยให้เราได้รับผลลัพธ์ในแบบที่เราต้องการ ด้วยพฤติกรรมที่ตอบสนองความต้องการของเราแท้จริง

ตัวอย่าง 
    กรณีศึกษา ว่าทำไมมนุษย์ถึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

เด็กชอบเล่นเกมส์   
- ได้ความมั่นใจ สบายใจ ผ่อนคลาย ปลอดภัยในพื้นที่ของตนเอง เคยเล่นชอบเล่นรู้ว่าเล่นยังไง
- ได้ความสนุก ตื่นเต้น มีพลัง เมามัน ท้าทาย ได้ลองเล่นด่านใหม่ๆ ฉากใหม่ๆ เกมส์ใหม่ๆ
- ได้ความสัมพันธ์ เข้ากลุ่มเพื่อนได้ มีเพื่อนเล่น มีมิตรภาพจากในเกมส์ มีพรรคมีพวก มีเกมส์เป็นเพื่อน
- ได้ความเป็นคนสำคัญ ภูมิใจ เก่ง เท่ห์ ได้รับการยอมรับจากเกมส์ ผ่านด่านได้ ชนะได้คะแนน
- แต่อาจจะไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับคนรอบข้าง พอคนอื่นมาเห็น จึงอาจจะมองว่าไม่ดี ไม่มีประโยชน์
- และไม่เห็นความสำเร็จจากการเล่นเกมส์ หรืออาจทำการบ้านยังไม่เสร็จก็เล่นแต่เกมส์
  ซึ่งหากเค้าสามารถทำประโยชน์ให้กับคนดูเกมส์ได้ สร้างรายได้ได้ สร้างความสำเร็จได้ แล้วนำเงินมาช่วยครอบครัวได้ ก็อาจจะได้รับการยอมรับได้ อย่างเช่น เกมส์เมอร์ที่ประสบความสำเร็จ

คนชอบเล่นมือถือ ติดโลก Social 
- ได้ความมั่นใจ สบายใจ ผ่อนคลาย ปลอดภัยในพื้นที่ของตนเอง ไม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้คน
- ได้ความสนุก เมามัน ในการท่องโลก Social ดูข้อมูลใหม่ๆที่หลากหลายมากมายในอินเตอร์เน็ต
- ได้ความเป็นคนสำคัญ เวลามีคนกด like ให้ มีคนทักทาย รู้สึกมีตัวตนบนโลก Social
- ได้ความส่งเสริม การสนับสนุน จากการช่วยกดถูกใจกดติดตามให้คนอื่น รู้สึกเป็นผู้ให้ ได้ทำความดี
- แต่อาจจะไม่ได้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่อยู่ตรงหน้า เพราะกำลังก้มหน้าดูมือถืออยู่
และอาจจะไม่ได้สร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนรอบข้างว่าทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจึงไม่ได้รับการยอมรับ หรือชื่นชม ยิ่งทำให้เค้าหนีออกจากโลกความจริงตรงหน้า ไปสู่โลกความจริงในมือถือได้
  ซึ่งหากเค้าสามารถบริหารจัดการช่วงเวลาการเล่นมือถือได้อย่างเหมาะสม ก็จะยังสามารถเชื่อมความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ เช่น เวลาพูดคุยกัน เวลากินข้าว เวลาประชุม เวลาที่ต้องสื่อสารกับผู้คน แล้วค่อยเล่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม และสะสมผลงานจากการสร้างผลงานสร้างผลลัพธ์แห่งความสำเร็จเล็กๆ บนโลก Online ได้ เพราะใครจะไปรู้การที่เค้าก้มหน้าก้มตาอยู่กับมือถือ เค้าอาจกำลังสร้างรายได้สร้างอนาคตจากการขายของ Online อยู่ก็เป็นได้ เพราะในโลกยุคใหม่ มีอาชีพใหม่ๆที่สามารถหาเงินได้จากการเล่นมือถือได้ อย่างเช่น ขายของออนไลน์ ยูทูปเบอร์ และ บล็อกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จ



#ความต้องการของมนุษย์
#6ความต้องการ
#6coreneeds
#พฤติกรรมมนุษย์